รีวิวหนัง Mad Max : Fury Road แมด แม็กซ์ : ถนนโลกันตร์ 2015

หนังมันส์ Mad Max : Fury Road แมด แม็กซ์: ถนนโลกันตร์ [Review]

เรื่องย่อ : Max Rockatansky (Tom Hardy) ถูกสมุนของ Immortan Joe (Hugh Keays-Byrne หรือ Toecutter อดีตตัวร้ายใน Mad Max ฉบับออริจินัล) จับไปทำเป็นตัวถุงเลือดให้พวก War Boys ที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดย Max มีเลือดกรุ๊ป O-Negative ซึ่งให้เลือดได้กับทุกคน

Mad Max

ในขณะเดียวกัน Furiosa (Charlize Theron จาก The Italian Job, Snow White and the Huntsman, Prometheus ฯลฯ) ได้รับภารกิจให้นำพาขบวนรถไปเอาน้ำมันที่ Gas Town โดยเธอมีตำแหน่งเป็นถึงบอสใหญ่ที่ Immortan Joe ไว้วางใจและได้คุมขับรถ War Rig คันโต

แต่ในภารกิจนี้เอง Furiosa แอบลักลอบพาบรรดานางบำเรอสาว หรือ “แม่พันธุ์” ของ Immortan Joe ขึ้นมาใน War Rig เพื่อหนีไปอยู่ที่ “Green Place” โดยแก๊งนางฟ้านี้ นำโดยเมียท้องแก่คนโปรด Angharad (Rosie Huntington-Whiteley นางแบบสาวสวย นางเอก Transformers: Dark of the Moon) และ Toast the Knowing (Zoë Kravitz จาก X-Men: First Class และ Divergent)

ฝ่าย Immortan Joe พอรู้ว่า Furiosa พาขบวนรถออกนอกเส้นทาง และพบว่าบรรดาเมียๆ หายไปทั้งฮาเร็ม จึงสั่งระดมกำลัง War Boys ทั้งหมดที่มีออกไปตามล่าเพื่อเอาแม่พันธุ์ชั้นดีของตนคืนมา นำขบวนทัพโดย Rictus ลูกชายคนโต (Nathan Jones) และ The People Eater (John Howard)

War Boys ป่วยหนักอย่าง Nux (Nicholas Hoult จาก X-Men: First Class, Warm Bodies, Jack the Giant Slayer) ก็อยากได้รับการยอมรับจาก Immortan Joe จึงดันทุรังไปร่วมขับรถในขบวนตามล่า โดยลากเอา Max ถุงเลือดของตนติดไปกับรถด้วย ซึ่งสุดท้าย Max ก็หลุดหนีจาก Nux ไปได้ระหว่างทาง และไปร่วมคันรถกับสาวๆ แก๊งนางฟ้าวิคตอเรีย ช่วยพวกนางต่อสู้และหลบหนีจาก Immortan Joe ผู้ชั่วร้าย

Mad Max

การกลับมาคราวนี้ แม้มิลเลอร์จะไม่ได้ดาราคู่บุญอย่าง เมล กิ๊บสัน มาร่วมแสดง ทว่าเขาก็ได้นักแสดงเลือดใหม่ที่สร้างความร้อนบนจอได้ไม่แพ้กัน การแสดงของทอม ฮาร์ดี้ สามารถฟื้นชีวิต “แม๊กซ์” ให้กลับมาโลดเล่นได้อย่างโดดเด่นบนจอเงินอีกครั้ง พร้อมกับพกความ “ต่อยหนัก” จากนิสัยของตัวละครไปถ่ายทอดผ่านการแสดงออกทางร่างกายมากกว่าซึ่งฮาร์ดี้แสดงออกมาได้เท่ เก๋า และบ้าพลังสมกับฉายาของตัวละครอย่าง “ไอ้บ้าแม๊กซ์” ทีเดียว!

นอกจากการแสดงอันน่าชมของฮาร์ดี้แล้ว Mad Max ยังได้นักแสดงรางวัลออสการ์มากฝีมืออย่าง ชาร์ลิซ เธอรอน มาร่วมทัพเสริมความคลั่งเข้าไปอีกกับบทบาทของ ฟิวริโอซ่า นักรบแขนขาดแห่งวอร์ริค ซึ่งเธอทำมันได้อย่างน่าทึ่งมาก! จากบทนางพญาที่เธอมักได้รับกลายเป็นการต่อสู้แบบคลุกฝุ่นที่ตะลุมบอนจัดการไม่ยั้ง เธอรอนลุยไม่ถอย! ฉากต่อสู้คือสนุก มันส์ โคตรเท่ ไม่มีจังหวะช้าหรือยืดยาวให้รู้สึกเบื่อ แถมยังดูสวยงามในเวลาเดียวกันด้วย หรือจะฉากอารมณ์เธอรอนก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยบทพูดที่แทบจะไม่มี ทำให้เธอต้องแสดงออกผ่านสายตาและสีหน้าเพื่อสื่ออารมณ์ของตัวละคร ซึ่งเธอไม่มีพลาดและสามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาในขณะเดียวกันได้ด้วย

Mad Max

นอกจากตัวละครหลักแล้ว คงหนีไม่พ้นเหล่าวายร้ายอย่างกลุ่มวอร์บอย ที่โฟกัสอย่างชัดเจนไปที่ นักซ์ (นิโคลัส ฮอล์ท) วอร์บอยอ่อนแรงที่อยากเป็นคนสำคัญ ซึ่งเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวนี้อย่างเห็นได้ชัดมาก และฮอล์ทเองก็เล่นได้เป็นธรรมชาติและเข้าถึงบุคลิก “ส่วนลึก” ของตัวละครด้วย ทำให้การแสดงของเขาเมื่อไปปะทะกับตัวละครอื่น มันช่างเสริมเนื้อเรื่องและความมันส์สุดพลังให้กับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงกองทัพนักแสดงรายอื่นที่เหมือนกับพวกเขา “เป็น” ตัวละครเหล่านั้นอยู่แล้ว เมื่อปรากฏตัวออกมา มันก็ช่างเข้ากันกับความบ้าพลังในการดำเนินเรื่องราวของมิลเลอร์สุดๆ

แม้บทจะตรงไปตรงมา ไม่มีการหักเหลี่ยมชิงโหดอะไร ทว่าการนำเสนอด้วยภาพและแนวทางในการกำกับของมิลเลอร์นั้นต้องยกให้เป็นที่สุด! ด้วยการถ่ายทำฉากแอคชั่นที่ใช้ CG น้อยมาก เน้นการเล่นจริง ระเบิดจริง ทำให้ภาพของหนังมันช่างเป็นธรรมชาติและสนุกแบบระเบิดระเบ้อสุดๆ พร้อมด้วยการครีเอทฉากต่อสู้ให้ดูล้ำเหนือความคาดหมาย สร้างความตาค้างให้กับคนดูแบบว่า “โห! แม่งสุดยอด!” และด้วยสีสันอันจัดจ้านท่ามกลางทะเลทรายที่เสริมความคลั่งให้กับหนังไปอีก บวกกับการถ่ายทำ มุมกล้องต่างๆที่เสริมอารมณ์ให้กับคนดูได้อย่างสุดตัว บอกเลยว่า “โคตรมันส์!”

Mad Max

นอกจากนั้น การออกแบบงานสร้าง ทั้งรถที่ใช้ เครื่องแต่งกาย หรือสถานที่ ก็แสนโดดเด่น ดิบและเถื่อน รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของภาพ สามารถสร้างคุณค่าและคุณภาพให้กับหนังเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกมาก และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “เพลงและดนตรี” ที่ใช้ประกอบเร้าอารมณ์ในภาพยนตร์ มิลเลอร์สามารถใส่มันลงไปได้อย่างแนบเนียนและยังใช้เป็นมุกติดตลกให้กับเราเปลี่ยนบรรยากาศด้วย และทุกครั้งดนตรีจะมาได้ถูกจังหวะ ถูกที่ถูกเวลาพร้อมด้วยเครื่องดนตรีหนักๆสไตล์ร็อคที่มิลเลอร์กล่าวว่า เหมือนกับคุณกำลังชมร็อคโอเปราอยู่แน่นอน!

Mad Max: Fury Road คือภาพยนตร์แอคชั่นผจญภัยที่ทำได้ครบทุกองค์ประกอบของความเป็นหนังแอคชั่น แค่ความมันส์สุดติ่งยังไม่พอ ยังก้าวขึ้นไปอีกระดับสู่ “ความคลั่ง” ของการไล่ล่าบนถนนโลกันตร์สุดอันตราย พร้อมด้วยเทคนิคด้านภาพและการถ่ายทำที่ทำเอาผู้กำกับระดับแนวหน้าหลายคนยังต้องทึ่งว่า “ทำได้ยังไงวะ?” บอกเลยว่า งานนี้คืองานของคนที่ลูกบ้าเต็มฮึดและอัดใส่ไม่ยั้ง ฉีกกฏของแอคชั่นสู่ความคลั่งระดับสูง!

เครดิต : majorcineplex.com

สามารถติดตามอ่าน รีวิวหนัง ทุกเรื่อง ปี 2000 – 2015 ได้ที่นี่ อยากอ่านรีวิวเรื่องไหน สามารถแสดงความคิดเห็น ไว้ แล้วจะหามาให้อ่านกัน !!