รีวิวหนัง Mad Max : Fury Road แมด แม็กซ์ : ถนนโลกันตร์ 2015

หนังมันส์ Mad Max : Fury Road แมด แม็กซ์: ถนนโลกันตร์ [Review]

เรื่องย่อ : Max Rockatansky (Tom Hardy) ถูกสมุนของ Immortan Joe (Hugh Keays-Byrne หรือ Toecutter อดีตตัวร้ายใน Mad Max ฉบับออริจินัล) จับไปทำเป็นตัวถุงเลือดให้พวก War Boys ที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดย Max มีเลือดกรุ๊ป O-Negative ซึ่งให้เลือดได้กับทุกคน

Mad Max

ในขณะเดียวกัน Furiosa (Charlize Theron จาก The Italian Job, Snow White and the Huntsman, Prometheus ฯลฯ) ได้รับภารกิจให้นำพาขบวนรถไปเอาน้ำมันที่ Gas Town โดยเธอมีตำแหน่งเป็นถึงบอสใหญ่ที่ Immortan Joe ไว้วางใจและได้คุมขับรถ War Rig คันโต

แต่ในภารกิจนี้เอง Furiosa แอบลักลอบพาบรรดานางบำเรอสาว หรือ “แม่พันธุ์” ของ Immortan Joe ขึ้นมาใน War Rig เพื่อหนีไปอยู่ที่ “Green Place” โดยแก๊งนางฟ้านี้ นำโดยเมียท้องแก่คนโปรด Angharad (Rosie Huntington-Whiteley นางแบบสาวสวย นางเอก Transformers: Dark of the Moon) และ Toast the Knowing (Zoë Kravitz จาก X-Men: First Class และ Divergent)

ฝ่าย Immortan Joe พอรู้ว่า Furiosa พาขบวนรถออกนอกเส้นทาง และพบว่าบรรดาเมียๆ หายไปทั้งฮาเร็ม จึงสั่งระดมกำลัง War Boys ทั้งหมดที่มีออกไปตามล่าเพื่อเอาแม่พันธุ์ชั้นดีของตนคืนมา นำขบวนทัพโดย Rictus ลูกชายคนโต (Nathan Jones) และ The People Eater (John Howard)

War Boys ป่วยหนักอย่าง Nux (Nicholas Hoult จาก X-Men: First Class, Warm Bodies, Jack the Giant Slayer) ก็อยากได้รับการยอมรับจาก Immortan Joe จึงดันทุรังไปร่วมขับรถในขบวนตามล่า โดยลากเอา Max ถุงเลือดของตนติดไปกับรถด้วย ซึ่งสุดท้าย Max ก็หลุดหนีจาก Nux ไปได้ระหว่างทาง และไปร่วมคันรถกับสาวๆ แก๊งนางฟ้าวิคตอเรีย ช่วยพวกนางต่อสู้และหลบหนีจาก Immortan Joe ผู้ชั่วร้าย

Mad Max

การกลับมาคราวนี้ แม้มิลเลอร์จะไม่ได้ดาราคู่บุญอย่าง เมล กิ๊บสัน มาร่วมแสดง ทว่าเขาก็ได้นักแสดงเลือดใหม่ที่สร้างความร้อนบนจอได้ไม่แพ้กัน การแสดงของทอม ฮาร์ดี้ สามารถฟื้นชีวิต “แม๊กซ์” ให้กลับมาโลดเล่นได้อย่างโดดเด่นบนจอเงินอีกครั้ง พร้อมกับพกความ “ต่อยหนัก” จากนิสัยของตัวละครไปถ่ายทอดผ่านการแสดงออกทางร่างกายมากกว่าซึ่งฮาร์ดี้แสดงออกมาได้เท่ เก๋า และบ้าพลังสมกับฉายาของตัวละครอย่าง “ไอ้บ้าแม๊กซ์” ทีเดียว!

นอกจากการแสดงอันน่าชมของฮาร์ดี้แล้ว Mad Max ยังได้นักแสดงรางวัลออสการ์มากฝีมืออย่าง ชาร์ลิซ เธอรอน มาร่วมทัพเสริมความคลั่งเข้าไปอีกกับบทบาทของ ฟิวริโอซ่า นักรบแขนขาดแห่งวอร์ริค ซึ่งเธอทำมันได้อย่างน่าทึ่งมาก! จากบทนางพญาที่เธอมักได้รับกลายเป็นการต่อสู้แบบคลุกฝุ่นที่ตะลุมบอนจัดการไม่ยั้ง เธอรอนลุยไม่ถอย! ฉากต่อสู้คือสนุก มันส์ โคตรเท่ ไม่มีจังหวะช้าหรือยืดยาวให้รู้สึกเบื่อ แถมยังดูสวยงามในเวลาเดียวกันด้วย หรือจะฉากอารมณ์เธอรอนก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยบทพูดที่แทบจะไม่มี ทำให้เธอต้องแสดงออกผ่านสายตาและสีหน้าเพื่อสื่ออารมณ์ของตัวละคร ซึ่งเธอไม่มีพลาดและสามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาในขณะเดียวกันได้ด้วย

Mad Max

นอกจากตัวละครหลักแล้ว คงหนีไม่พ้นเหล่าวายร้ายอย่างกลุ่มวอร์บอย ที่โฟกัสอย่างชัดเจนไปที่ นักซ์ (นิโคลัส ฮอล์ท) วอร์บอยอ่อนแรงที่อยากเป็นคนสำคัญ ซึ่งเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวนี้อย่างเห็นได้ชัดมาก และฮอล์ทเองก็เล่นได้เป็นธรรมชาติและเข้าถึงบุคลิก “ส่วนลึก” ของตัวละครด้วย ทำให้การแสดงของเขาเมื่อไปปะทะกับตัวละครอื่น มันช่างเสริมเนื้อเรื่องและความมันส์สุดพลังให้กับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงกองทัพนักแสดงรายอื่นที่เหมือนกับพวกเขา “เป็น” ตัวละครเหล่านั้นอยู่แล้ว เมื่อปรากฏตัวออกมา มันก็ช่างเข้ากันกับความบ้าพลังในการดำเนินเรื่องราวของมิลเลอร์สุดๆ

แม้บทจะตรงไปตรงมา ไม่มีการหักเหลี่ยมชิงโหดอะไร ทว่าการนำเสนอด้วยภาพและแนวทางในการกำกับของมิลเลอร์นั้นต้องยกให้เป็นที่สุด! ด้วยการถ่ายทำฉากแอคชั่นที่ใช้ CG น้อยมาก เน้นการเล่นจริง ระเบิดจริง ทำให้ภาพของหนังมันช่างเป็นธรรมชาติและสนุกแบบระเบิดระเบ้อสุดๆ พร้อมด้วยการครีเอทฉากต่อสู้ให้ดูล้ำเหนือความคาดหมาย สร้างความตาค้างให้กับคนดูแบบว่า “โห! แม่งสุดยอด!” และด้วยสีสันอันจัดจ้านท่ามกลางทะเลทรายที่เสริมความคลั่งให้กับหนังไปอีก บวกกับการถ่ายทำ มุมกล้องต่างๆที่เสริมอารมณ์ให้กับคนดูได้อย่างสุดตัว บอกเลยว่า “โคตรมันส์!”

Mad Max

นอกจากนั้น การออกแบบงานสร้าง ทั้งรถที่ใช้ เครื่องแต่งกาย หรือสถานที่ ก็แสนโดดเด่น ดิบและเถื่อน รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยของภาพ สามารถสร้างคุณค่าและคุณภาพให้กับหนังเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกมาก และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “เพลงและดนตรี” ที่ใช้ประกอบเร้าอารมณ์ในภาพยนตร์ มิลเลอร์สามารถใส่มันลงไปได้อย่างแนบเนียนและยังใช้เป็นมุกติดตลกให้กับเราเปลี่ยนบรรยากาศด้วย และทุกครั้งดนตรีจะมาได้ถูกจังหวะ ถูกที่ถูกเวลาพร้อมด้วยเครื่องดนตรีหนักๆสไตล์ร็อคที่มิลเลอร์กล่าวว่า เหมือนกับคุณกำลังชมร็อคโอเปราอยู่แน่นอน!

Mad Max: Fury Road คือภาพยนตร์แอคชั่นผจญภัยที่ทำได้ครบทุกองค์ประกอบของความเป็นหนังแอคชั่น แค่ความมันส์สุดติ่งยังไม่พอ ยังก้าวขึ้นไปอีกระดับสู่ “ความคลั่ง” ของการไล่ล่าบนถนนโลกันตร์สุดอันตราย พร้อมด้วยเทคนิคด้านภาพและการถ่ายทำที่ทำเอาผู้กำกับระดับแนวหน้าหลายคนยังต้องทึ่งว่า “ทำได้ยังไงวะ?” บอกเลยว่า งานนี้คืองานของคนที่ลูกบ้าเต็มฮึดและอัดใส่ไม่ยั้ง ฉีกกฏของแอคชั่นสู่ความคลั่งระดับสูง!

เครดิต : majorcineplex.com

สามารถติดตามอ่าน รีวิวหนัง ทุกเรื่อง ปี 2000 – 2015 ได้ที่นี่ อยากอ่านรีวิวเรื่องไหน สามารถแสดงความคิดเห็น ไว้ แล้วจะหามาให้อ่านกัน !!

J.S.A.: Joint Security Area ของผู้กำกับ Park Chan Wook [Review Movie]

รีวิวหนัง J.S.A.: Joint Security Area หนังชีวิต ลึกลับ สงครามเกียรติยศ มิตรภาพเหนือพรมแดน

Joint Security Area ณ รอยต่อระหว่างดินแดนของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีจุดที่เรียกว่า เขตปลอดทหาร คือ 2 กิโลเมตรจากพรมแดนขึ้นเหนือลงใต้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของหนังเรื่องนี้ เมื่อทหารเกาหลีเหนือ 2 นายที่สนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง ถูกทหารเกาหลีใต้สังหารคาป้อมรักษาการณ์ฝั่งเกาหลีเหนือ

Joint Security Area

คือ “จ่าลี” (ลี บยอง ฮุน) ทหารฝ่ายใต้ผู้ก่อเหตุ และ “จ่าโอ” (ซอง กัง โฮ) ทหารฝ่ายเหนือที่ถูกยิงบาดเจ็บ โดยฝั่งใต้ก็อ้างว่าตัวเองถูกจับเป็นเชลยแต่สามารถหนีออกมาได้ ส่วนฝั่งเหนือก็อ้างฝั่งใต้บุกเข้าไปยิงคาป้อม

เมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความเห็นไม่ตรงกันจึงเป็นหน้าที่ของประเทศที่เป็นกลางทางการเมืองเป็นผู้ทำการสืบสวน “J.S.A.: Joint Security Area” หนึ่งในหนังต่อต้านสงครามที่ยอดเยี่ยมที่สุดโดยไม่จำเป็น ต้องสัมผัสสนามรบ ความเด็ดขาดของหนังคือการพูดถึงมนุษย์ตัวเล็กๆ ท่ามกลางการเมืองระดับประเทศได้ทรงพลังมาก

Joint Security Area

หนังถูกถ่ายทอดผ่านทัศนคติจ่าลีด้วยการอยากเห็นทั้งสองฝ่ายเป็นมิตรกันโดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ก็คือตัวเขาและจ่าโอที่แม้ระดับชาติจะขัดแย้งกัน แต่เขากลับข้ามพรมแดนเพื่อไปผูกมิตรกัน การได้เห็นมิตรภาพของทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในหนัง จึงเป็นที่ทำให้เราสะเทือนใจเป็นอย่างมากที่สองชาตินี้ต้องขัดแย้งกัน ทั้งที่พวกเขาก็คือคนเชื้อชาติเดียวกัน ที่พวกเขาก็เป็นเพียงเบี้ยล่างของการเมืองที่ไม่อาจดิ้นให้หลุด

Joint Security Area

เพราะนั่นหมายถึงความเป็นความตายของตัวพวกเขาเอง การสืบสวนคือหนึ่งในจุดสำคัญของหนัง
ที่จะพาเราไปรับรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในป้อมรักษาการณ์ฝั่งเกาหลีเหนือ นอกจากคำให้การที่ไม่ตรงกันแล้วทีมสืบสวนกลางยังพบว่าจ่าลีที่อ้างตัวเป็นฆาตกรอาจจะไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง เพราะกระสุน ปืนที่พบในที่เกิดเหตุมี 11 นัด และเหลือในแม็กกาซีนอีก 5 นัด รวมเป็น 16 นัด แต่ว่าปืนสามารถบรรจุกระสุนได้เพียง 15 นัดเท่านั้น ยกเว้นว่าจะใส่ลูกเข้าไปในรังเพลิงเพิ่มอีก 1 นัด ซึ่งนั่นไม่ใช่ความเคยชินของจ่าลี การสืบปมในหนังยิ่งขุดคุ้ยลงไปก็ยิ่งพบความดำมืดของกองทัพทหาร

 

13 Going on 30 ต๊กกะใจ…ตื่นขึ้นมา 30 [รีวิวหนัง]

รีวิว หนังตลก หนังรัก โรแมนติก เรื่อง 13 Going on 30 ต๊กกะใจ…ตื่นขึ้นมา 30

สำหรับคนส่วนมาก อายุ 13 เหมือนกับเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน สำหรับ เจนน่า ริงก์ มันคือ ‘เมื่อวาน’ จริงๆ

ต๊กกะใจ…ตื่นขึ้นมา 30

ในปี 1987 เจนน่าคือเด็กหญิงอายุ 13 ปี ที่กำลังจะกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัว ปัญหาก็คือ ความเป็นผู้ใหญ่ดูจะมาถึงไม่ทันใจเธอ เจนน่ารู้สึกอึดอัดกับพ่อแม่ที่แสนซื่อของเธอ แถมเด็กเจ๋งๆ ในโรงเรียนก็เชิดใส่ หนุ่มหล่อที่เธอแอบปิ๊งส์ แทบไม่รู้จักชื่อของเธอด้วยซ้ำ

เจนน่าที่ไม่อยากจะคบอยู่แต่กับ แม็ตต์ แฟลมฮาฟฟ์ เพื่อนซี้ที่เป็นเพื่อนบ้านของเธอ จัดการชวนเด็กเท่ๆ มาร่วมงานวันเกิดปีที่ 13 ของเธอ แต่งานวันเกิดกลับกลายเป็นหายนะ เจนน่าต้องอับอายเมื่อเธอถูกขังอยู่ในตู้ขณะเล่นเกมส์ “เจ็ดนาทีบนสรวงสวรรค์” และทุกคนทิ้งเธอไว้แบบนั้น ขณะอยู่คนเดียวในตู้ เจนน่าได้อธิษฐานขอพรว่า ถ้าเธอสามารถโตเป็นผู้ใหญ่ได้เดี๋ยวนั้น เธอจะมีชีวิตในแบบที่เธอต้องการเสมอมา ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น… คำขอของเธอกลายเป็นจริง!

วันต่อมา เมื่อเจนน่าหลุดออกมาจากตู้ มันกลายเป็นปี 2004 และเธอมีอายุ 30 ปีแล้ว ที่มากไปกว่านั้น เธอกลายเป็นหญิงสาวสวยที่ประสบความสำเร็จ (เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์) ที่มีงานดีๆ ทำ กับมีอพาร์ทเม้นต์สวยหรูอยู่ในย่านฟิฟธ์อะเวนิว เธอเป็นผู้หญิงเท่และเป็นที่ชื่นชม มีปัญหาเพียงประการเดียวก็คือ เธอไม่รู้เลยว่าเธอมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร

ในตอนแรกเจนน่ารู้สึกกลัว แต่สุดท้าย เธอกลับเพลิดเพลินไปกับชีวิตใหม่ของเธอ ในไม่ช้า เจนน่าพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป นั่นก็คือแม็ตต์ เมื่อออกตามหาเขา เจนน่าต้องสยองเมื่อรู้ว่าเธอกับ แม็ตต์ (มาร์ก รัฟฟาโล่) เลิกติดต่อกันแล้ว และเขากำลังจะแต่งงาน เจนน่าได้เรียนรู้ว่า การมีทุกอย่างนั้นยังไม่เพียงพอ และตัดสินใจที่จะฉวยโอกาสครั้งที่ 2 กับรักแรกพบ บัดนี้ ความปรารถนาสูงสุดของเธอก็คือ ทุกอย่างคงยังไม่สายเกินไป…

[ รีวิว ] Contemporary Color หนังออนไลน์ ที่อยากแนะนำ

หากดูหนัง ต้องดูเรื่องนี้ Contemporary Color ฟรี

Contemporary Color ภาพยนต์สารคดีในฤดูร้อนของปี 2015 นักดนตรีในตำนาน David Byrne ได้จัดกิจกรรมที่ Barclays Center ของ Brooklyn เพื่อเฉลิมฉลองงานศิลปะของ Color Guard: ทำข้อมูลให้ตรงกันเกี่ยวกับธงอาวุธปืนและดาบ นักแสดงที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ Saint Vincent, Nelly Furtado, Ad-Rock และ Ira Glass ในการทำงานร่วมกับชิ้นส่วนเดิม ๆ ที่มีทีมผู้พิทักษ์สี 10 ทีมจากทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา คอนเท็มโพรลารี่ คัลเลอร์ เป็นภาพที่ถ่ายทำอย่างสวยงามจากภาพยนตร์เรื่อง one- a-kind live event

Contemporary Color

Contemporary Color

หัวใจหลักของ Contemporary Color คือการบันทึกหนึ่งในรายการ Barclays Center ในปี 2015 พร้อมด้วยการรับรองและการแสดงความคิดเห็นเป็นภาพยนตร์เต้นรำผลงานการแสดงคอนเสิร์ตการฉายภาพยนตร์และที่สำคัญที่สุดก็คือภาพยนตร์ที่ใช้ประโยชน์จากสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ นี่อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่หยุดทำเซนเพื่อสัมผัสกับศักยภาพในด้านเสียงของภาพยนตร์และ วิสัยทัศน์ในแบบที่รู้สึกได้ถึงความร่วมมือและความยอดเยี่ยมอย่างสุดยอด คุณจะได้เห็นคนที่มีชื่อเสียงและ Byrne ขณะที่เด็ก ๆ จากมิดเวสต์ของสหรัฐฯและคู่ฉบับของแคนาดาทำกิจวัตรที่อย่างชำนาญ หน้าเวที นี่เป็นวิธีที่พี่น้องรอสส์ได้ถ่ายทำภาพยนตร์เหล่านี้อย่างไรก็ตามฉากเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมิติอื่น ๆ ในขณะที่พวกเขาวาดกรอบสีเหมือนที่ทอผ้าและหมุนวนไปมาซึ่งกันและกันด้วยการเน้นย้ำถึงแรงผลักดันในการทำงานเป็นทีม มันช่างน่าอัศจรรย์มาก คุณต้องการให้ภาพยนตร์ปล่อยให้การแสดงบางส่วนออกมาเต็มรูปแบบ

รีวิว The Lost City of Z ชาร์ลี ฮันแนม ออกล่า! เพื่อหัวใจที่มืดมนของตัวเขาเอง

The Lost City of Z หนังใหม่ ออนไลน์ ที่อยากแนะนำ หนังแอคชั่น Adventure ผจญภัย ฟรี

เจมส์ เกรย์ ผู้กำกับของเรื่อง สร้างภาพยนตร์ที่ดูเหมือนเป็นการผจญภัย ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ เขาเสาะหาข้อมูลมากมายเพื่อมาใช้กำหนดตัวละครและงานศิลป์อื่น ๆ ในหนัง ซึ่ง The Lost City of Z เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นที่เขาเคยทำ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นหนังแนวโรแมนติก ดราม่า ก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับตัวเขา

The Lost City of Z

The Lost City of Z

The Lost City of Z ถ่ายทำใน ไอร์แลนด์ อังกฤษ และ ป่าอเมซอน เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นศตวรรรษที่ 20 เป็นการนำต้นฉบับในหนังสือของเดวิด แกรนน์ มาดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพันเอก เพอร์ซี่ ฟอว์เซ็ตต์ ข้าราชการจากเกาะอังกฤษ โดยหน่วยงานทางภูมิศาสตร์ได้ให้โอกาสฟอว์เซ็ตต์ ออกเดินทางค้นหาดินแดนลึกลับ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่แผ่นดินบ้านเกิด ซึ่งเขาอาจจะต้องเจอกับศัตรูแบบไหนก็ไม่มีใครรู้ มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานถึง 2 ปี ตอนนั้นภรรยาของเขาก็กำลังท้องอยู่ แต่ว่าฟอว์เซ็ตต์นั้นไม่ยอมตัดใจ เขาต้องไปให้ได้

เขาได้เข้ามาผจญภัยในดินแดนแห่งหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ คงเป็นที่ไหนสักแห่งในประเทศโบลิเวีย และที่นั่นเขาได้เจอกับหมู่บ้านที่เคยหายสาบสูญไปก่อนหน้านี้ ในระหว่างนั้นการเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งต้องย่ำเท้าบนผืนป่า ล่องเรือไปตามแม่น้ำ และเผชิญหน้ากับชนเผ่าพื้นเมือง ที่ถือหอกและคันธนูอยู่ในมือ

หนังจะให้อารมณ์และบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับหนังสงครามเรื่อง Apocalypse Now โดย The Lost City of Z เนื้อหาจะเบากว่าเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นในทุก ๆ ฉากก็อัดแน่นไปด้วยพลังอย่างเต็มเปี่ยม ปลุกเร้าอารมณ์ของผู้ชมให้ตื่นเต้นไปกับการผจญภัยของฟอว์เซ็ตต์ รวมถึงดินแดนลึกลับในจินตนาการ ซึ่งบางคนอาจนึกถึงและรู้จักในนาม เอล โดราโด้ ลองชมเรื่องนี้และใช้มันเติมเต็มจินตนาการของคุณดูครับ

 

Source : rollingstone.com/movies/reviews/peter-travers-the-lost-city-of-z-stars-charlie-hunnam-w475869

ต้มยำกุ้ง 2 Tom yum goong 2 [รีวิว]

ดูหนังแอ็คชั่น หนังมันส์ ต้มยำกุ้ง 2 สะใจ ไม่แพ้ใคร

ขาม (จา พนม ยีรัมย์) อาศัยอยู่กับ ขอน ช้างเพื่อนยากของเขาอย่างสงบมาเป็นเวลา 5 ปี แต่มีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดไม่เห็นด้วยที่จะขายช้างให้กับนายทุน จนกระทั่ง ขอน ถูกลักพาตัวไป ขณะเดียวกัน เสียสุชาติ เจ้าของปางช้างที่ต้องการซื้อช้างของเขาก็เกิดเสียชีวิต และเมื่อมีการชันสูตรศพ พบว่ามีการถูกกระแทกเข้าอย่างจังบริเวณจุดตาย 3 แห่ง

ต้มยำกุ้ง 2

ต้มยำกุ้ง 2

ทำให้หลานสาวฝาแฝดของเสี่ยอย่าง ปิงปิง (จีจ้า ญาณิน) และ ซือซือ (ธีรดา กิตติศรีประเสริฐ) คิดว่า ขอน คือฆาตกรที่ฆ่าเสี่ย เพราะเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ และเป็นคนสุดท้ายที่ถูกพบในวันเกิดเหตุกับผู้ตาย เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สงสัยเขา แต่โชคดีที่ ขาม ยังมี จ่ามาร์ค (หม่ำ จ๊กมก) เพื่อนเก่าที่คอยช่วยเหลืออยู่ ซึ่งการตามหาช้างของ ขาม ทำให้เขาได้ไปเจอกับ แอลซี (ริซา) นักค้าอาวุธที่ชอบสะสมนักสู้อย่างลับๆ ทำให้ตัวเขาต้องปกป้องตัวเองจากลูกน้องของ แอลซี เช่นเดียวกับ ปิิงปิง จนกระทั่งตัวปิงปิงได้พบว่า หมายเลขสอง (มาร์รีส ครัมพฺ์) ต่างหากคือคนที่ฆ่าเสี่ยสุชาติที่แท้จริง

จา พนม

จา พนม

นี่คือภาคต่อของ ต้มยำกุ้ง ภาพยนตร์แอคชั่นสัญชาติไทยที่เคยสร้างชื่อติดอันดับ 1 บ็อกซ์ ออฟฟิศ ในหลายประเทศทั้งในทวีปยุโรป, อเมริกา และเอเชีย โกยรายได้ไปทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านบาท หลังจากห่างหายจากภาคแรกไป 8 ปีเต็ม ครั้งนี้ จา พนม ยีรัมย์ ผนึกกำลังบู๊ระห่ำกับ จีจ้า ญาณิน พร้อมด้วย หม่ำ จ๊กมก นักแสดงตลกเบอร์ 1 ของไทย ขณะที่ หญิง รฐา โพธิ์งาม ก็ฉีกบทบาทครั้งสำคัญด้วยการเล่นบทบู๊ครั้งแรก

ต้มยำกุ้ง 2

ต้มยำกุ้ง 2ต้มยำกุ้ง 2

นอกจากนี้ยังมี ดารา ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลอย่าง ริซา โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล แกรมมี่อวอร์ด ผู้เป็นทั้ง แร็ปเปอร์, นักแต่งเพลง, นักแสดง, มือเขียนบท ก็มาร่วมเล่นเป็นคู่ปรับสำคัญของ จา พนม ในต้มยำกุ้งภาค 2 ด้วยเช่นกัน รวมถึง มาร์รีส ครัมพ์ นักแสดงฮอลลีวู้ดผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การต่อสู้หลายประเภทด้วย ดังนั้นจึงเป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่คอหนังชาวไทยห้ามพลาดเด็ดขาด ดูตัวอย่างหนังฟรี

Snap แค่ได้คิดถึง [Review] หนังรัก ชวนโรแมนติก ให้คุณจิ้น ไปตาม ๆ กัน

ย้อนอดีต ความหลัง ไปกับ Snap แค่ได้คิดถึง หนังไทย อีกหนึ่งเรื่อง ที่อยากแนะนำให้ดู

เรื่องราวความรักที่นำเสนอผ่านไอเดียของการถ่ายภาพ Snap แค่ได้คิดถึง นำแสดงโดย โทนี่ รากแก่น และ วรันธร เปานิล

Snap แค่ได้คิดถึง

Snap แค่…ได้คิดถึง

Snap เป็นหนังรัก เป็นภาพยนต์โรแมนติก คอมเมดี้ ที่มีจุดเด่นคือ การเล่าเรื่องความหลัง ความทรงจำ และความรัก ผ่านมุมมองในภาพถ่ายที่สวยงาม อีกทั้งผู้กำกับได้หยิบเอาท่วงทำนองเพลงไพเราะของ เบเกอรี่มิวสิค และ สมอลล์รูม มาเป็นเพลงประกอบภาพยนต์อีกด้วย

ยิ่งทำให้การเล่าเรื่อง เนื้อหา ตัวละครได้อย่างเหมาะเจาะ เป็นเนื้อหาที่สอดประสานไปกับอารมณ์ของตัวละครได้อย่างลงตัว การนำเสนอใช้การเดินเรื่องด้วยการทิ้งภาพนิ่ง ๆ ให้คนดูได้ติดตามเรื่องราวเอง ก็ยิ่งทำให้อินไปกับเรื่องราวได้มากยิ่งขึ้น คนดูยิ่งจินตนาการไปต่าง ๆ นานา

ในแง่การแสดง ถึงแม้ว่า อิ๊ง วรันธร จะเป็นนางเอกใหม่ แต่ก็เคยมีผลงานในวงการบันเทิงมาก่อน และเธอก็เล่นได้เป็นธรรมชาติ ไม่ต่างกับ โทนี่ รากแก่น รวมไปถึงนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างสีสันแ ละทำให้การแสดงสมจริงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีทิ้งท้ายสถานการณ์ทางการเมืองเอาไว้ เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึกอีกครั้ง [ เริ่มรีเรียสไปหน่อย ] ทำให้ชีวิตของแต่ละคนต้องหันเหไป จากที่จะได้เจอกัน ได้เดินไปด้วยกัน ก็กลับเหินห่างกันไปนานถึง 8 ปี กว่าจะได้มาพบกันอีกครั้ง ก่อเกิดเป็นเรื่องราวแสนเศร้าที่ทำเอาน้ำตาซึม

หากใครบอก หนังใหม่ ดราม่า โรแมนติก ขอแนะนำดูหนังเรื่องนี้ ให้อารมณ์ หัวเราะ มีความสุข ร้องไห้ เศร้า สื่ออารมณ์ออกมาได้หลากหลาย ทำมให้เรื่องนี้น่าติดตาม คะแนนที่ได้ 8/10 คะแนน